ไอเรื้อรังแบบไหน ต้องรีบพบแพทย์ด่วน

  •       เคยเป็นไหมไอบ่อยๆจนน่ารำคาญกินยาแล้วก็ยังไม่หายบางครั้งไอนานหลายสัปดาห์ หลายคนมีอาการแบบนี้ก็คิดว่าแค่เป็นการไอปกติทั่วไป แต่จริงๆ แล้ว อาการไอที่เป็นอยู่นานๆ อาจเป็นอาการของการไอเรื้อรังซึ่งเป็นสัญญาณของการเกิดโรคมากมาย  อาการไอ   เป็นการตอบสนองของร่างกาย เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้เกิดการระคายเคืองในทางเดินหายใจ เช่น เชื้อโรค เสมหะ หรือฝุ่นควัน ร่างกายก็จะพยายามกำจัดทิ้งด้วยการไอออกมา  สล็อตออนไลน์  ซึ่งส่วนมากการไอต่อเนื่องมักไม่เกิน 3-4 สัปดาห์ก็จะหาย หากบางกรณีที่ไม่ใช่เกิดจากสิ่งแปลกปลอมที่กำจัดได้ด้วยการไอ เช่น อาจมีบางอยากไปกดทับที่บริเวณของเนื้อปอดหรือหลอดลมทำให้เกิดอาการไอ เช่น ก้อนเนื้อหรือมะเร็งปอด ทำให้ร่างกายนั้นพยายามจะขับออกมา แต่ไม่สามารถขับได้ จึงเป็นสาเหตุของอาการ   ไอเรื้อรัง    ที่ไม่หายไป

    ระยะเวลาไอการไออาจแบ่งตามระยะเวลาที่เป็น ได้แก่

    1.ไอไม่ถึง 1 สัปดาห์เรียกว่า การไออย่างปัจจุบัน

    2.ไอติดต่อกันนานเกิน 3 สัปดาห์เรียกว่า ไอเรื้อรัง 

    3.ไอแห้ง ๆ คือ ไม่มีเสมหะ ไอมีเสมหะออกมา และไอเป็นเลือด ซึ่งต้องดูว่าเป็นเลือดอย่างเดียวไม่มีเสมหะปน หรือมีเสมหะปนอยู่ด้วย

    ไอแบบไหนควรพบแพทย์

    ไอติดต่อกันมากกว่า 8 สัปดาห์ อาการไอรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อาการไอที่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีเลือดปน น้ำหนักลด เบื่ออาหาร หอบเหนื่อย อ่อนเพลีย เจ็บหน้าอก    สิทธิพิเศษ 789bet   ไอมีเลือดปนเสมหะ ไอจากการที่เคยสัมผัสกับผู้ป่วยวัณโรคหรืออยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรค มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไต หัวใจ เมื่อมีอาการไอควรรีบมาพบแพทย์

    ยาบรรเทาอากา

    แม้ว่าการใช้ยาบรรเทาอาการไอ จะเป็นการรักษาที่ปลายเหตุแต่บางครั้งก็มีความจำเป็นเนื่องจากอาการไอรบกวนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ยาบรรเทาอาการไอ คือ

    1. ยาลดหรือระงับอาการไอ

    ยาอาจออกฤทธิ์ที่จุดรับสัญญาณการไอส่วนปลาย หรือออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลางของสมองที่ควบคุมอาการไอ ยาควบคุม การซื้อยาชนิดนี้จำเป็นต้องมีใบสั่งแพทย์ ควรเลือกใช้ในผู้ป่วยที่ไอแห้งๆ ไม่มีเสมหะ เพราะถ้ากดอาการไอมากๆ โดยเฉพาะในเด็ก เสมหะอาจอุดตันหลอดลม ทำให้ไอมากขึ้น

    2. ยาขับเสมหะ

    ถ้าเหตุของการไอเกิดจากเสมหะ การกระตุ้นให้ขับเสมหะออกไป จะช่วยให้อาการไอดีขึ้น โดยยาจะไปกระตุ้นการทำงานของเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจในการกำจัดเสมหะ เพิ่มปริมาณสารคัดหลั่งในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ปริมาณเสมหะมากขึ้น จึงไอเอาเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น

        กล่าวโดยสรุปคืออาการไอเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ   789bet คาสิโน    ทั้งจากโรคไม่ร้ายแรง เช่น หวัด คออักเสบ หรือหลอดลมอักเสบ และโรคร้ายแรง เช่น ปอดอักเสบ เนื้องอกบริเวณลำคอ กล่องเสียง หรือหลอดลม หากผู้ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อาการไอ เป็นการขับลมผ่านสายเสียงที่ปิด เป็นกลไกการตอบสนองของร่างกายอย่างหนึ่งต่อสิ่งผิดปกติในทางเดินหายใจ และยังเป็นกลไกป้องกันที่สำคัญของร่างกายในการกำจัดเชื้อโรค เสมหะ หรือสิ่งแปลกปลอมในทางเดินหายใจ อาการไอจะเกิดขึ้นได้ต้องมีสิ่งกระตุ้นที่ตัวรับสัญญาณการไอก่อน ซึ่งตัวรับสัญญาณการไอในร่างกายของเรา ดังนั้นหากได้รับ  การรักษาไอเรื้อรัง  เบื้องต้นแล้วอาการไอไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์