5 ปัจจัยเสี่ยงภัยโรคระบาด

  • ทุกวันนี้  แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมากขึ้น แต่ชีวิตในโลกโลกาภิวัฒน์ปัจจุบัน ก็ส่งเสริมให้โรคระบาดต่างๆ แพร่กระจายไปในลักษณะที่รวดเร็วมาก  ภาวะโลกร้อนทำให้เชื้อมาเลเรีย และยุงพาหะแพร่กระจายเข้าไปในบางพื้นที่  การดื้อยาของเชื้อโรคชนิดต่าง ๆ แม้ธุรกิจยาจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้าน us dollar  ต่อปี แต่ตลาดเรื่องวัคซีนมีแค่ 3% ของการตลาดเท่านั้น  มูลนิธิ ของ Bill Gates, Wellcome Trust Charity ติดต่อ sa และรัฐบาลหลายประเทศร่วมกันตั้งกองทุนกลางสาธารณะประโยชน์สำหรับการพัฒนาวัคซีน โดยมีงบประมาณสนับสนุน ๑ พันล้าน US$  ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุด คือ การพัฒนาวัคซีนสำหรับป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีการผ่าเหล่าเปลี่ยนแปลงตลอด หากมีการระบาดใหม่ มนุษย์มักรับมือไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงนี้  เหมือนในปี ๒๐๐๙ เมื่อ H1N1 ที่เป็นไวรัสในหมูแพร่เข้าในคน ทำให้คนตายกว่า ๒ แสนคนทั่วโลก (กว่าจะผลิตวัคซีน Lot แรก ออกมารับมือได้ ต้องใช้เวลา ๒๖ สัปดาห์ ในตอนนั้น)


    1. สภาวะความเป็นเมือง


    ในสมัยโบราณ กาฬโรค (plagues) เคยระบาดในเมืองท่าต่างๆ ที่อุดมด้วยหนูและหมัด ปัจจุบันนี้ ZiKa Virus พบมีการแพร่ระบาดในชุมชนแออัดมากเป็นพิเศษ ห้างสรรพสินค้า รถใต้ดินเป็นแหล่งแพร่โรคติดต่อทางเดินหายใจอย่างดี


     2. ความขัดแย้งและความรุนแรง


    สงครามไนซีเรีย ทำให้ผู้คนอดอยาก ผู้คนอพยพยถิ่นฐาน โรงพยาบาลถูกทำลาย และทำให้โรคติดต่ออย่างวัณโรคและโปลิโอเพิ่มขึ้น


     3. ภัยธรรมชาติ


    ในปี 2010 ที่มีแผ่นดินไหวในไฮติ ซึ่งทำให้เกิดโรคอหิวาต์ระบาดตามมา เพราะสุขอนามัยไม่ดี  ผู้คนอพยพและโรงพยาบาลแน่นแออัด ความแห้งแล้งอย่างหนักใน Syria เว็บตรง sa ทำให้ผู้คนอพยพเข้าเมืองเพิ่มความเสี่ยงแก่ชีวิต


     4. การเดินทางโดยเครื่องบิน


    เครื่องบินเป็นการแพร่เชื้อโรคข้ามแดนที่เร็วที่สุดในขณะนี้ ในปี 2009 เชื้อไวรัส H1N1 แพร่กระจายทั้ง 48 ประเทศ ภายใน 1 เดือนเพราะปัจจัยข้อนี้


     5. การตอบสนองที่เชื่องช้า


    การระบาดของเชื้อ Ebola ใน ๓ ประเทศ แถบอัฟริกาตะวันตก คือ กินี  ไลบีเรีย และเซียร่าลีออง ในปี 2015 เกิดจากการตอบสนองที่เชื่องช้าไม่ทันการของรัฐบาลและประเทศข้างเคียง การตอบสนองที่เชื่องช้ามากของรัฐบาลพม่า ต่อพายุนากีสที่ถล่มภาคกลางของประเทศ ทำให้เกิดการระบาดของอหวาต์ตามมาเลี้ยวกลับมาถึงประเทศไทยเรา สมัคร sa gaming ซึ่งเคยประสบปัญหาประเภทโดนพายุเหล่านี้ กระทบมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะจาก H1N1 ไข้หวัดใหญ่ และ MERS  ต้องชมเชยกระทรวงสาธารณสุขของเรา และรัฐบาลที่ผ่านมา ว่ามีความตื่นตัวและฉับไวพอสมควรในการรับมือกับสภาวะแพร่ระบาด (Epidemic) ของโรคร้ายเหล่านี้ แต่โจทย์สำคัญที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องใส่ใจมากขึ้น คือ คำถามที่ว่า รัฐบาลไทยได้ใส่ใจในการรับมือกับโรคระบาดร้ายแรง ว่าเป็นความสำคัญระดับชาติลำดับต้น ๆ (National Priority ) หรือไม่ นับตั้งแต่ระบบงบประมาณ ซึ่งมักจะเชื่องช้าอุ้ยอ้าย และเต็มไปด้วยขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย การไม่ปกปิดความจริงแก่ประชาชน เพราะกลัวเสียหายต่อการท่องเที่ยว ไปจนถึงการมีบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญระดับต่าง ๆ ที่พร้อมจะรับมือกับโรคระบาดที่เกิดขึ้น จาก Ebola ในประเทศแถบอัฟริกาตะวันตก ไปสู่ไวรัส Zika ในอเมริกาใต้ และ ไวรัส MERS ในตะวันออกกลาง  เป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันว่าคำกล่าวของ Gates ไม่ได้เกินเลยแต่อย่างใด  ในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา  โรคร้ายที่เพิ่มจำนวนต่อช่วง 10 ปี ได้เพิ่มขึ้นถึง ๔ เท่า และตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา การระบาดรุนแรงต่อปีเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว


     


     

44 views